KUMON > ค้นหา > รายงานเรื่องสิ่งแวดล้อมของบริษัทคุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

รายงานกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของ KAO ประจำปี 2564

จุดเริ่มต้นแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมของคุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ที่คุมอง สิ่งที่เราใส่ใจมากที่สุดคือเด็กๆ แต่ละคน และนี่คือเหตุผลที่เรา คุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียหรือ KAO ทุ่มเทเพื่อเปิดศูนย์คุมองในพื้นที่และในประเทศที่ยังไม่เคยมีศูนย์คุมองมาก่อน เพื่อให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนรู้ด้วยระบบการเรียนแบบคุมอง และเพราะความใส่ใจที่เรามีต่อเด็กๆ อีกเช่นกันที่ทำให้เราเชื่อว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของโลกคือสิ่งที่เราไม่สามารถมองข้ามได้

ด้วยเหตุนี้ คุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียจึงพยายามลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและปริมาณกระดาษที่ใช้ในกิจกรรมทางธุรกิจทุกประเภท รวมไปถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และส่งเสริมการรีไซเคิลกระดาษ เพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ เราได้ริเริ่มการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดปริมาณกระดาษที่ใช้ในการพิมพ์ที่ไม่จำเป็น การจัดการพลังงาน การรีไซเคิล ความสำเร็จจากความพยายามของเราสามารถวัดได้จากสิ่งต่างๆ ดังนี้

สถิติการใช้ทรัพยากรประจำปี

กิจกรรมในปีงบประมาณ 2563 (รอบระยะเวลารายงานตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 จนถึง 31 มีนาคม 2564)

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประเทศสมาชิกใน KAO ต้องล็อกดาวน์เป็นระยะและทำงานจากที่บ้าน ส่งผลให้การใช้พลังงานไฟฟ้าและกระดาษลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ สำนักงานคลังสินค้าในโจโฮร์บะฮ์รูก็ได้หยุดดำเนินการ รวมทั้งมีการปรับปรุงพื้นที่สำนักงานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกรุงเทพฯ อีกด้วย

พลังงานไฟฟ้า

ความพยายามในการลดการใช้พลังงานไฟฟ้าของคุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียประสบความสำเร็จในปีงบประมาณ 2563 ปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าลดลงเนื่องจากกิจกรรมที่กล่าวไว้ข้างต้น อย่างไรก็ดี KAO จะยังคงปฏิบัติตามแนวทางประหยัดพลังงาน เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน การใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน และการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว

ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปี 2562 ได้แก่ 1,672,964 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง
ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในปี 2563 ได้แก่ 1,217,020 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง

กระดาษ

คุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียตื่นตัวอยู่เสมอในการลดปริมาณการใช้กระดาษ ตัวอย่างเช่น การพิมพ์เอกสารหลายๆ แผ่นโดยใช้กระดาษเพียง 1 หน้า การปรับขนาดตัวอักษรให้เล็กลง การใช้กระดาษเพื่อพิมพ์เอกสารทั้ง 2 หน้า โดยทั่วไปปริมมาณการใช้กระดาษลดลงจาก 4.22 ล้านแผ่นเป็น 1.50 ล้านแผ่น

ปริมาณการใช้กระดาษในปี 2562 ได้แก่ 4,229,597 แผ่น
ปริมาณการใช้กระดาษในปี 2563 ได้แก่ 1,500,609 แผ่น

การรีไซเคิลกระดาษ

การรีไซเคิลกระดาษเป็นหัวข้อสำคัญที่คุมองเอเชียและโอเชียเนียได้ทุ่มเทความพยายามเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีการรณรงค์ด้วยการจัดให้มีกล่องรวบรวมกระดาษรีไซเคิลในสำนักงาน เพื่อให้พนักงานนำกระดาษรีไซเคิลกลับมาใช้เท่าที่จะทำได้ มีการติดป้ายและโปสเตอร์รณรงค์ให้ลดการใช้ นำกลับมาใช้ และรีไซเคิล ทำให้ผลลัพธ์ในปีงบประมาณ 2563 เป็นที่น่าพอใจ โดยกระดาษรีไซเคิลเพิ่มขึ้นจาก 22.58 กก. เป็น 78.34 กก.

ปริมาณกระดาษรีไซเคิลในปี 2562 ได้แก่ 22,583 กก.
ปริมาณกระดาษรีไซเคิลในปี 2563 ได้แก่ 78,344 กก.

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นสารตั้งต้นของก๊าซเรือนกระจกซึ่งก่อให้เกิดสภาวะโลกร้อน การใช้ไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลักประการหนึ่งที่ก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เราได้พยายามลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และด้วยความพยายามของทุกๆ คน ทำให้ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลดลงถึง 28.3 เปอร์เซ็นต์

การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2562 ได้แก่ 1,093 ตันคาร์บอนไดออกไซด์
การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปี 2563 ได้แก่ 784 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

ตัวอย่างความพยายามอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของคุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564 สำนักงานคุมองที่กรุงเทพฯ (ประเทศไทย) ได้รวมพื้นที่ทำงานจาก 2 ชั้นเป็น 1 ชั้น โดยลดการใช้พื้นที่เช่าจาก 1,835 ตร.ม. ถึง 1,025 ตร.ม. เราได้คัดเลือกบริษัทออกแบบและก่อสร้างที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO 9001: 2015 และมาตรฐานการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001: 2015 จาก Bureau Veritas (BVQI) ซึ่งได้นำแนวคิด สำนักงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มาใช้ในการออกแบบสำนักงานใหม่ที่ลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และช่วยประหยัดพลังงาน แนวคิดในการออกแบบดังกล่าว คือการเพิ่มพื้นที่ทำงานร่วมกันที่มีอิสระ ผ่อนคลาย และสามารถทำงาน อภิปราย แบ่งปันข้อมูล และประชุมแบบไม่เป็นทางการได้ตามที่แสดงในภาพ

สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ที่คุมองในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ได้มีการใช้แสงสว่างจากธรรมชาติเพื่อลดปริมาณการใช้แสงสว่างที่เป็นแสงสังเคราะห์ให้น้อยที่สุด รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายจากการใช้พลังงานไฟฟ้าและการก่อให้เกิดความร้อน การระบายอากาศ และการใช้เครื่องปรับอากาศ การใช้แสงสว่างจากธรรมชาติช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์สำหรับการให้แสงสว่างภายในอาคารและลดค่าใช้จ่ายในการปรับอากาศ แสงสว่างจากธรรมชาติช่วยลดความเมื่อยล้าของดวงตาเมื่อเทียบกับแสงสว่างในครัวเรือนประเภทอื่นๆ นอกจากนี้ ยังประหยัดพลังงานเนื่องจากไม่ก่อให้เกิดความร้อนและลดการใช้เครื่องปรับอากาศ จากการศึกษาพบว่าแสงสว่างจากธรรมชาติมีส่วนช่วยให้คนทำงานได้ปริมาณมากขึ้น มีความสุข มีสุขภาพดีและมีความสงบมากขึ้น